New series: MuffinTheSeries

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Blog ของผม
"ตะขบ"
และเพื่อนผม "อ๊บ"

New series : "Muffin"
อยู่ในช่วงทดลองครับผม


Takob - by - Studio Ranong 1



Copyrights (C) Studio Ranong1

All rights reserved for all materials in this blog created by Studio Ranong 1 (Detajin J.)



Sunday, February 16, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 7 : ลูกแมว

ตอนที่ 7 : ลูกแมว
แม้ว่าแมวเบงกอลจะไม่ได้ตัวโตมาก แต่ก็โตกว่าแมวไทยทั่วๆ ไป .. หลังจากเลี้ยงมะฟิ่น แมวอื่นๆ ก็ดูเป็นลูกแมวไปหมดเลย

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Saturday, February 8, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 6 : ปลาทู

ตอนที่ 6 : ปลาทู
.. หลอกคนได้ หลอกแมวไม่ได้
"ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางปลาทู"
รึใครจะเถียง?

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Sunday, February 2, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 5 : กระบะทราย

ตอนที่ 5 : กระบะทราย
แมวก็ต้องใช้กระบะทราย.. แต่สำหรับแมวเบงกอล มีคนเคยเขียนไว้ว่าให้ใช้แบบที่มีผนังสูงๆ เพราะมันจะขุด "As if it is digging to the other side of the earth"

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Sunday, January 26, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 4 : มะฟิ่น VS หนู

ตอนที่ 4 : มะฟิ่น VS หนู
ก็อย่างว่าละ... ทาสที่ไหน จะไปบังคับเจ้านายได้... หืม?


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Saturday, January 18, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 3 : หนวดหงิก

ตอนที่ 3 : หนวดหงิก
ทุกวันนี้มะฟิ่นก็ยังคงมีหนวดหงิกแต่ไม่มากเท่าตอนแรก แต่ที่แน่ๆ สั้นกว่าเส้นอื่น เพราะมันคือเส้นที่เคยโดนตัดไป 555


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Sunday, January 12, 2014

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 2 : อาบน้ำ (2)

ตอนที่ 2 : อาบน้ำ (2)
Based on true story
(มีไม่จริงนิดเดียว คือไม่ได้กราบแมว เท่านั้นละ)


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

มะฟิ่น Series _ ตอนที่ 1 : อาบน้ำ

ตอนที่ 1 : อาบน้ำ
ทดลองวาดการ์ตูนเรื่องราวมะฟิ่น .. ลอง List คร่าวๆ แล้วน่าจะได้ 53 ตอน แต่ลองวาด 1 ตอนมาดูเล่นๆ ก่อน ให้เฉพาะคนกันเองวิจารณ์ว่าเป็นอย่างไร ถ้าถูกใจและมีเวลาเขียนได้เรื่อยๆ สัก 5 ตอน ค่อยสร้าง Blog 555 [ปล.แอบเปิดให้คนเลี้ยงแมวดูด้วย 55] 

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


Monday, September 13, 2010

Extern มหาราชโคราช - ตอนที่ 1 : เก่งกว่าหมอ

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน (มาโพสต์ตอนนี้ ถึงพึ่งรู้ตัวว่าหายไปนานเกือบ 9 เดือน) ก็มีเวลาว่างๆ มานั่งวาดการ์ตูนต่อแล้ว  คราวนี้มาต่อกันที่ชีวิต Extern (นักศึกษาแพทย์ปี 6) ตอนที่ย้ายจากบุรีรัมย์มาอยู่ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา กันบ้าง ที่มหาราชฯ นี้ก็มีเรื่องราวต่างๆ ขำๆ มากมาย แต่ก็เริ่มจะลืมๆ ไปแล้ว ต้องมานั่งระลึกความหลังเพื่อจะทยอยเอามาวาดเรื่อยๆ ลองติดตามชมละกันนะครับ


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

การตรวจคนไข้หลายๆ ครั้งก็จะมีอะไรขำๆ ให้เราพบได้อยู่เรื่อยๆ ที่พบบ่อยๆ และเจอกันเกือบจะทุกคนก็อย่างเวลาสั่งให้คนไข้หูตึงทำอะไรบางอย่าง เช่น "ยกมือขึ้น" พูดเบาๆ คนไข้ก็ไม่ได้ยิน พอพูดดังๆ หน่อย คนไข้เตียงข้างๆ ก็จะยกมือขึ้นแทนเพราะนึกว่าหมอกำลังคุยด้วย (ก็เล่นพูดเสียงดังนี่นา ลุงก็นึกว่าหมอกำลังคุยกับลุงอยู่ เอ่อ..)

การตรวจระบบประสาทก็เป็นเรื่องขำหลายครั้ง เพราะมีการตรวจหลายอย่างซึ่งต้องการความร่วมมือจากคนไข้ มีครั้งนึงเคยบอกให้คุณยายใช้แขนดันกับแขนของหมอเพื่อจะตรวจดูว่ามีอาการอ่อนแรงหรือไม่ "เอาแขนดันออกมาซิยาย" .. ไม่รู้เรื่อง .. "เอางี้ ดันแขนออกมา สู้กันกับหมอนะ" .. สิ้นคำสั่งยายก็กำหมัดแล้วก็แย็บซ้ายแย็บขวา สู้กับหมอใหญ่เลย อิๆ ขำไปอีกแบบ แต่บางครั้งตอนยุ่งๆ จะรีบตรวจให้เสร็จมันก็ขำไม่ออกเหมือนกันนะเนี่ย

เรื่องที่เอามาวาดเป็นการ์ตูนนี่ก็เป็นเรื่องของการตรวจระบบประสาทเหมือนกัน อ่านดูน่าจะขำได้ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม เดี๋ยวนึกอะไรขำๆ ออกอีก จะเอามาลงเพิ่มนะครับ ^_^

Thursday, December 31, 2009

จับฉลาก Jackpot - ชีวิต Resident Med


หลังสอบเสร็จ + กลับจากทริปเชียงใหม่ ก็มีเวลากลับมาวาดการ์ตูนต่ออีกครั้ง
สำหรับตอนนี้จะขอตัดกลับมาเล่าถึงชีวิต Resident หน่อยนะครับ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลปีใหม่หน่อย คลิกอ่านดูการ์ตูนด้านขวาก่อน แล้วค่อยเลื่อนลงไปอ่านเนื้อหาด้านล่างต่อไปนะครับ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

---
---
---
---


การ์ตูนตอนนี้ อุทิศให้กับพวกเราเหล่าแพทย์ที่ต้องผลัดกันอยู่เวรวันหยุด จะให้ทำไงได้ในเมื่อคนจะป่วยไม่มีการหยุดพัก ดังนั้นคืนปีใหม่แบบนี้ก็ต้องมีบุคคลผู้โชคดีที่เป็นแพทย์เวรประจำค่ำคืนส่งท้ายปีอยู่เสมออย่างน้อย 1 คน (ปีนี้ผมไม่โดนครับ ^_^) เพื่อให้เกิดความยุติธรรม การจัดเวรอยู่ในวันหยุดแบบนี้ ก็มักจะใช้วิธีผลัดๆ กัน เช่น เอ็งอยู่ตอนปีใหม่นะ เดี๋ยวข้าอยู่ตอนสงกรานต์ให้ หรืออีกวิธีก็ใช้วิธีคลาสสิค ก็คือจับฉลากแบบนี้ละครับ

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ก็ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข คิดสิ่งใดสมปรารถนาในปีขาลที่จะมาถึงในอีกไม่ถึง ชม. ข้างหน้านี้กันถ้วนหน้านะครับ ^_^

Thursday, November 26, 2009

ลูกชิ้นทอด - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 6


ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินของพวกเราตอนเป็น Extern ครับ
ถัดจากตอนนี้อาจจะต้องหายตัวไปนานหน่อย เนื่องจากจะสอบแล้วกลาง ธค. นี้ หลังสอบจะมาเขียนต่อครับ


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

เรื่องอาหารการกินไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้หมอเองที่คอยสอนชาวบ้าน "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ก็เถอะ หลายต่อหลายคนทำไม่ได้สักอย่าง -_-'
โดยเฉพาะเรื่องช้อนกลาง นักศึกษาแพทย์ และ Extern ทั้งหลาย ส่วนใหญ่ไม่รู้จักมานานแล้ว กินกับเพื่อนเมื่อไหร่ก็กินปนๆ กันไป ผลัดกันจิ้ม ผลัดกันกินนั่นแหละ (อันนี้ควรปรับปรุง ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับ แหะๆ)

อาหารตามร้านค้า รถเข็น ตลอดจนแผงลอยแถว รพ.บุรีรัมย์ จัดเป็นที่พึ่งของพวกเราชาว Extern อยู่เป็นนิจ แม้จะมี Seven-eleven อยู่หน้า รพ. ก็ตาม แต่อาหารพื้นบ้านอย่างส้มตำ ข้าวเหนียว คงหาไม่ได้ที่เซเว่นเป็นแน่ เป็นที่รู้กันว่าส้มตำอร่อยต้องไปกินหลัง รพ. โดยมุดออกทางประตูข้างเตาเผาขยะออกไป จะเจอแผงลอยข้างกำแพงขายส้มตำไก่ย่าง (หรือถ้าเป็นที่โคราชก็มีร้านข้าง รพ. มหาราชที่ Extern อายุรศาสตร์ชอบไปกินตำไทยไข่เค็ม เป็นประจำ)

อาหารอีกอย่างที่พวกเราเห็นๆ อยู่ว่าไม่น่าจะถูกสุขลักษณะสักเท่าไหร่ก็คือ ร้านลูกชิ้น+ไส้กรอกทอด หน้า รพ.บุรีรัมย์ บนรถเข็นจะมีหม้อน้ำจิ้มหม้อใหญ่ ซึ่งบ่อยครั้งที่ลูกค้าขี้เกียจเอาน้ำจิ้มใส่ถุงไป ก็จะยืนกินไป กัดไปทีละคำ แล้วก็จิ้มลงไปในหม้อ ทำอย่างนั้นซ้ำๆ กันหลายๆ ครั้ง และหลายๆ คน ทำให้พวกเราขนานนามร้านลูกชิ้นนี้ว่า "ลูกชิ้น Hep A" (คือ Hepatitis A หรือ ไวรัสตับอักเสบ A ซึ่งสามารถติดกันโดยการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ)

แต่ถามว่าใครไม่เคยกินลูกชิ้นร้านนี้บ้าง ยกมือขึ้น...
-- เงียบ --
กินกันมาแล้วโดยถ้วนหน้าครับ!
(โชคดีไม่เคยมีคนท้องเสีย / ติด Hep A นะ)

Friday, November 13, 2009

เฮี้ยน.. - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 5


โพสต์ช้าไปหน่อยครับ เนื่องจากติดไปทดลองสอบ Long case ที่ศิริราชมา แล้วการ์ตูนตอนที่เอามาลงนี้ก็ต้องเสียเวลาลงหมึกเยอะ เพื่อให้ได้บรรยากาศตามเนื้อเรื่อง


เรื่องนี้คือเรื่่อง "เฮี้ยน" ของ Extern หน้าใหม่ ณ รพ.บุรีรัมย์ครับ .. บรื๋อ! ..


(และ เช่นเคย.. อ่านการ์ตูนด้านขวาให้จบก่อน แล้วค่อยอ่านเนื้อหาด้านล่างต่อไปนะครับ)

 
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

-----------------
-----------------
-----------------
-----------------

จริงๆ แล้ว เรื่องที่พวกเรา Extern มือใหม่หวาดกลัวมากที่สุดตอนที่อยู่เวรกลางคืน ไม่ใช่เรื่องผีแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องการโดนตามไปดู Case กลางดึกที่จะมีเสียงโทรศัพท์มาหลอกหลอนอยู่เสมอ ทั้งนี้เนื่องจาก Extern ปี 6 นั้นเป็นปีแรกที่ต้องอยู่เวรเต็มคืน (ปี 4, ปี 5 นั้นอยู่เวรแค่ 5 ทุ่มก็ได้ลงเวรแล้ว) และเวรของหมอไทยก็ไม่เหมือนหมอเมืองนอก นั่นคือไม่มีเวลาให้พักผ่อนชดเชยตอนลงเวรในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนหมดวัน (สรุปว่าถ้าซวยจัดๆ จะไม่ได้นอนเลยในช่วงเวลาประมาณ 36 ชั่วโมง) และโดยเฉลี่ยแล้ว Extern ก็จะอยู่เวรทุกๆ 3 วัน .. คนไม่เป็นหมอคงบอกว่าโหด แต่คนเป็นหมอ (ไทย) ก็บอกว่า "ธรรมดา" (แต่ตอนนี้เริ่มแก่แล้ว ให้ไปอยู่แบบนั้นอีกก็ไม่ไหวนะ -_-")

อีกเรื่องนึงก็คือ หมอเป็นอาชีพที่ดูจะเป็นวิทยาศาสตร์ แต่กลับเป็นอาชีพที่เชื่อเรื่องโชคลาง และไสยศาสตร์มากที่สุดอาชีพหนึ่งในเรื่องของการอยู่เวร สังเกตได้ว่าคนไหนดวงยุ่ง มันก็จะยุ่งเสมอ ยุ่งตลอดทุกครั้งที่อยู่เวร ถ้าไม่มี Case รับใหม่ที่หนักๆ ก็ต้องมีคนไข้หัวใจหยุดเต้น, ท่อช่วยหายใจหลุด, มีลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ต้องมาใส่สายระบายกันตอนตี 3 ฯลฯ (ผมคนนึงละที่จัดอยู่ในกลุ่มหมอดวงซวยประเภทนี้ -_-''')
ในขณะที่หมออีกพวก คือหมอคุณชาย (หรือ คุณนาย) ที่จะสบายตลอดชาติ นอนชิลตลอดคืน ไม่มีคนไข้ใหม่ ไม่มีปัญหาอะไรต้องโดนตามเลย .. อืม.. ไม่รู้มันขึ้นอยู่กับอะไร .. และบ่อยครั้งที่มีการแลกเวรเกิดขึ้น เช่น เพื่อนมาอยู่แทนผมคืนนี้ เพื่อนมันก็จะยุ่งทั้งคืน ประหนึ่งว่าความยุ่งมันไม่ทันรู้ว่าผมแลกเวรหนีมันไปแล้ว คนมาอยู่แทนเลยต้องรับเคราะห์ไป... (แต่ตอนผมอยู่เวรแทนเพื่อนทีหลังมันดันรู้ทัน ผมก็ยุ่งเหมือนเดิมอยู่ดี!)



หลายๆ คนก็มีวิธีแก้เคล็ดเพื่อให้ไม่ยุ่ง ปกติเวลาไปอยู่เวรจะต้องลงชื่อแพทย์เวรที่กระดานในวอร์ด (เพื่อให้พยาบาลตามได้ถูก) บางคนก็จะใช้วิธีเขียนยันต์ลงไปตรงนั้น บางคนก็เขียนแต่ชื่อเล่น ไม่เขียนชื่อจริง บางคนบอกชื่อไว้กับพยาบาล แล้วเขียนลงไปแต่เบอร์โทรศัพท์ เพราะกลัวเขียนชื่อแล้วยุ่ง

บางคนเพื่อนทัก .. "อ้าว อยู่เวรเหรอ.. ว่างตลอดเลยนี่หว่า"
"ชู่ว.. อย่าพูดสิฟะ พูดว่าว่างทีไรตูยุ่งทุกที"
... บางคนช่วงไหนดูดวงตก ยุ่งมากผิดปกติก็จะไปทำบุญ ว่ากันว่าช่วยได้บ้าง


สำหรับผมใช้วิธีไหนเหรอ.. ลองหมดแล้วครับ.. ไม่ได้ผลซักกะวิธี เฮ่อ... กรรม!

Saturday, October 31, 2009

คนไข้หนัก - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 4


ตอนนี้การ์ตูนที่วาดไว้เกี่ยวกับเรื่องราวตอนที่อยู่บุรีรัมย์ก็ใกล้หมดสต็อคแล้ว เลยต้องเริ่มวาดใหม่เพิ่มเติม ดังนั้นช่วงนี้อาจจะ Post ช้าไปหน่อยเป็นบางช่วงครับ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

คลิกดูการ์ตูนก่อนแล้วค่อยอ่านต่อด้านล่างนะครับ ^_^



---
เป็นการเล่นมุข เล่นคำ "คนไข้หนัก" ของพวกเราชาว Extern น่ะครับ แต่เหตุการณ์จริงๆ ไม่ถึงกับตามเพื่อนไปดูที่ ER หรอก ขืนทำยังงั้นจริงโดนเพื่อนด่าขรมแน่

คนไข้มาที่ห้องฉุกเฉินเป็นผู้หญิงตัวใหญ่มาก หนักน่าจะเกิน 150 kg ถ้าจำไม่ผิดจะมีปัญหาเรื่องแผลติดเชื้อ ต้องนอน รพ. เพื่อทำแผล คนที่อยู่ ER ใช้วิธีโทรส่งเวรเข้าไปบอกเพื่อนที่รอรับ Case อยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรม

"เฮ้ย! เดี๋ยวจะส่ง Case เข้าไปนะ เป็นคนไข้หนัก"
"เป็นอะไรล่ะ" เพื่อนถาม
"เออ.. เดี๋ยวเข้าไปถึงก็รู้เองแหละ... แกต้องดูต่อดีๆ นะเว้ย Case หนักมาก"

พอ Case ไปถึง Ward สักพักแล้ว Extern ER ต้นเรื่องก็ตามเข้าไปเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนตัวเอง
"เป็นไง.. หนักจริงๆ เห็นไหม ตูบอกแล้ว"
"อืม.. จริงๆ !.. เห็นด้วย" เพื่อน Extern ตอบ "เราน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่พี่พยาบาลที่ต้องคอยพลิกตัวน่ะสิ ท่าจะแย่กว่า"

นอกจากพยาบาลที่เดือดร้อนแล้ว ช่างประจำ รพ. ก็เดือดร้อนไปด้วย เพราะไอ้ล้อที่ขาเตียงมันหักในวันถัดมาเนื่องจากรับน้ำหนักไม่ไหว.. เฮ้อ! ..หนักจริงๆ ป้าคนนี้

Thursday, October 22, 2009

มือใหม่หัดกู้ชีพ - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 3


หลังจาก Morbid-Mortal conference ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วในตอนที่แล้ว ตอนนี้ก็ขอย้อนกลับมาตอนที่ยังเป็น Extern อีกครั้ง

การ์ตูนตอนนี้ ให้อารมณ์ตื่นเต้นไปทางหนัง Series เรื่อง ER หน่อย มีภาษาหมอปนอยู่บ้าง แต่ก็พยายามเปลี่ยนเป็นภาษาชาวบ้านที่ไม่ใช่หมอให้เข้าใจได้ไปแล้วบางส่วน

เรื่องปฏิบัติการกู้ชีพฉุกเฉิน หรือ Cardio-Pulmonary resuscitation (CPR) นั้น เป็นฉากที่พวกเรามักได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในหนัง การช็อคไฟฟ้า (เรียกว่า Defibrillation หรือ Elecrical Cardiovert แล้วแต่ Mode ที่ใช้) จัดเป็นหนึ่งในกระบวนการ Advanced CPR .. ภาพคนไข้หมดสติถูกเข็นเข้ามา หัวใจหยุดเต้นไม่มีชีพจร หมอหัวหน้าทีมคว้าแป้นเครื่องช็อคไฟฟ้าขึ้นมา ตะโกนออกมาดังๆ ว่า "Charge.. Clear!" แล้วก็แนบแป้นลงไปที่หน้าอกคนไข้ ตามมาด้วยการกระตุกของผู้ป่วยอย่างแรงยามที่ปุ่มปล่อยประจุไฟฟ้าถูกกด นับเป็นฉากที่ตื่นเต้นตรึงตราตรึงใจพวกเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรก่อนจะได้เป็นหมอ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ -->

ในชีวิตจริง การ CPR จัดเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างธรรมดาสามัญสำหรับแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์มาระดับหนึ่ง แต่ในระดับหมอมือใหม่อย่าง Extern การ CPR จัดเป็นกระบวนการที่ตื่นเต้นท้าทายอย่างมากทีเดียว การได้ใช้มือของตัวเองจับเครื่องช็อคไฟฟ้า (Defibrillator) เพื่อทำการช็อคคนไข้เป็นครั้งแรกในชีวิตมักเป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืมของ Extern เกือบทุกคน

เรื่องก็มีอยู่ว่า เครื่อง Defibrillator ใน รพ.แต่ละแห่ง หรือแม้แต่ รพ.เดียวกัน ในแต่ละวอร์ดก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้เนื่องจากมีการทยอยจัดซื้อเครื่องใหม่มาเพิ่มหรือทดแทนของเก่านานๆ ครั้ง บางทีก็รับบริจาคมาจาก รพ.อื่น ทำให้ในแต่ละ รพ. จะมี Defibrillator หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นพระเจ้าเหา ไปจนรุ่นใหม่ทันสมัยหน้าตาเหมือนในเรื่อง ER เปี๊ยบ

วันที่เกิดเรื่อง ผมก็กำลังราวด์อยู่ในวอร์ดตามปกติ พอมาถึงเตียงคุณป้าคนหนึ่งเป็นคนไข้ที่เกิดปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นพักๆ ตั้งแต่ก่อนออกจากห้องผ่าตัด เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางวอร์ดก็ได้นำเจ้าเครื่อง Defibrillator มาติด Standby ไว้พร้อมกับ Monitor คลื่นหัวใจ (EKG) ออกทางหน้าจอ เผื่อมีความผิดปกติจะได้ทำการช่วยได้ทันที

และทันใดนั้น EKG เจ้ากรรมก็เปลี่ยนจากคลื่นหัวใจปกติ กลายเป็น V.Tach หรือภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ พร้อมกับป้าบ่นว่ารู้สึกวูบๆ ก่อนจะนิ่งไป .. ไม่ใช่แค่ป้าคนเดียวที่วูบ แต่หัวใจผมเองก็วูบไปถึงตาตุ่มด้วย
"VT with unstable hemodynamic = ต้อง Cardiovert" ผมท่องประโยคที่เคยได้รับการสอนมานักต่อนักตั้งแต่เป็น นศพ.ปี 5
"ตาม Staff หน่อยครับ คนไข้เป็น VT" ผมตะโกนบอกพยาบาล มือรีบคว้าแป้นเครื่อง Defib เพื่อจะดึงออกมา
... !! ดึงไม่ออก ...!?
เวลาผ่านไปประมาณ 5 วินาที สายตาสอดส่ายไม่เจอปุ่มปลดล็อคพร้อมกับเหงื่อโง่ที่เริ่มผุด ก่อนจะใช้กำลังเข้าว่ากระชากแป้นออกมาจากเครื่องได้
... แล้วมันปรับกำลังไฟฟ้าตรงไหนหว่า ...???
ยังดีว่าในตอนนั้น EKG ของป้าก็กลับมาเป็นปกติได้ โดย Extern ที่กำลังเลิ่กลั่กไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเดียว (เรียกว่า Short-run VT) แล้วป้าก็เริ่มรู้สึกตัว

ระหว่างที่กำลังรอ Staff ซึ่งเป็นช่วงที่ EKG ยังเปลี่ยนไปๆ มาๆ เป็นพักๆ นั้น ผมก็ยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น พร้อมกับใช้เวลาไปอีกเกือบ 2 นาทีกว่าจะพบว่าไอ้ปุ่มปรับกำลังไฟฟ้ามันมาอยู่ที่มือจับของแป้น และรู้จนครบว่าปุ่มไหนใช้เลือกโหมด ใช้ชาร์จไฟ ฯลฯ

ยังดีที่คนไข้ไม่เป็นอะไร แต่ก็เป็นคติเตือนใจที่ผมจะสอนน้องๆ ทุกคนยามเป็น Extern ไว้ว่า เวลาเปลี่ยนวอร์ดไปประจำที่ไหน ให้ไปดูและลองฝึกใช้เครื่อง Defibrillator ของวอร์ดนั้นๆ ไว้เลยตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมางงเต็กแบบผมในครั้งนั้น ซึ่งคนไข้อาจจะไม่โชคดีทุกครั้งก็ได้ครับ

Tuesday, October 6, 2009

Morbidity-Mortality conference


ขอแทรก Series ชีวิต Extern ด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันก่อนนะครับ

<-- คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ที่หายไปพักนึงช่วงนี้ ก็เพราะต้องทำ Morbid-Mortal Conference ครับ อธิบายขยายความก็คือการนำกรณีผู้ป่วยที่เสียชีวิต หรือเกิดความพิการขึ้นจากการรักษาในโรงพยาบาล มาทำการทบทวน เพื่อหาจุดที่เป็นข้อบกพร่องในการรักษาหรือวินิจฉัย นำมาเรียนรู้เพื่อปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นในผู้ป่วยรายต่อๆ ไป

ตามปกติ แพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ปี 3 (Resident 3 Medicine) จะเป็นผู้ทำ Morbid-Mortal conference นี้ โดยจะต้องไปหา Case ที่เสียชีวิตหลายๆ Case มาให้อาจารย์เลือกเพื่อดูว่า Case ใดมีประเด็นที่จะเรียนรู้ได้ เมื่อเลือกมา 1 Case แล้ว ก็จะต้องไป Review ละเอียดทุกซอกมุม พร้อมทั้งหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องนั้นๆ และทำเป็น Presentation มานำเสนอในที่ประชุมของภาควิชา ซึ่งมีทั้งอาจารย์ แพทย์ผู้ช่วยอาจารย์ แพทย์ประจำบ้าน และนักศึกษาแพทย์เข้าร่วม

และด้วยความอาภัพอับโชค ผมเองก็มีอันต้องทำ Case มหากาพย์ที่นอน รพ.มานานกว่า 3 เดือนให้จบภายในเวลา 2 อาทิตย์ (ก่อนหน้านี้พยายามหา Case แล้วแต่หาไม่ได้ อาจารย์บอกให้รอไปก่อน... -_-') และวัน Present ก็คือ 16 ตค.52 นี่เองครับ

ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงต้องนั่ง Review กันหลังขดหลังแข็ง ... ตอนนี้ Review ไปได้ 48 วันแล้ว... เกิดอาการ เซ็ง.. เครียด.. (แต่ไม่ได้กินเหล้า..) ทนทำต่อไปไม่ได้ ขอวาดการ์ตูนมาระบายหน่อย (ยอมเสียเวลา)

เรื่องมันก็เป็นแบบนี้... ส่วนตัวผมตอนนี้ขอกลับไปทำ MM ต่อก่อนล่ะคร้าบบ.. เฮ่อ... (เมื่อไหร่จะเสร็จฟะเนี่ย ตู)

Sunday, September 27, 2009

ชีวิต Extern (นักศึกษาแพทย์ปี6) บุรีรัมย์ ตอนที่ 2


ตอนนี้เล่าถึงห้องคลอดที่ รพ.บุรีรัมย์ ครับ

ตอนที่พวกเราไปวนวอร์ดสูติ พยาบาลห้องคลอด รพ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ดังนั้นก็มักจะมีของกินประจำถิ่นติดไม้ติดมือเอามากินกันอยู่เสมอๆ และด้วยความใจกว้างก็จะชวนพวกเราไปกินด้วยในฐานะเพื่อนร่วมงาน ของที่เอามากินก็มีตั้งแต่ของพื้นๆ อย่างส้มตำ ปลาแดก (อันนี้ไม่ค่อยได้เอามากิน เนื่องจากกลิ่นแรง) ไปจนถึงของแปลกๆ ที่เราไม่รู้ว่ามันเอามากินได้ด้วย เช่น เม็ดมะขาม เอามาคั่วกระเทาะเปลือกแล้วเอามากินกัน (ตอนลองกินรู้สึกว่ามันแข็งมาก กินทีฟันเกือบหัก) และบางครั้งก็มีจิ้งหรีด ตั๊กแตนทอด มากินด้วย (เคยกินจิ้งกุ่งของทางเหนือมาบ้าง แต่ตอนนั้นขอบาย ปล่อยให้พี่ๆ พยาบาลเขาเปิบกันเองดีกว่า)


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ -->

ส่วนเรื่องที่จำได้ไม่รู้ลืมคือ เจองูในห้องคลอดครับ อันนี้เจอจริงๆ ไม่ได้โม้ แต่ไม่ใช่ว่าคนออกลูกเป็นงู หรือพยาบาลจะเอางูมาเชือดกินดีงูกันในห้องคลอดหรอกนะ เพียงแต่งูมันหลุดเข้าไปตอนไหนไม่รู้ ก็ห้องคลอดมันอยู่ชั้น 1 ยกสูงจากพื้นดินไม่มาก (ใครเคยเห็น รพ.ต่างจังหวัดน่าจะนึกออก เป็นตึกหลายๆ ตึก ที่เชื่อมกันด้วยทางเชื่อมมีหลังคาคลุม โดยยกพื้นให้สูงหน่อย กันน้ำท่วม) รอบๆ ตัวตึกเป็นสวนเล็กๆ สนามหญ้าบ้าง ต้นไม้เยอะๆ ก็ไม่แปลกอะไรที่มันจะมีงู

ตอนที่ไปเจอก็คือ เดินเข้าห้องคลอดไปกับเพื่อน กำลังจะเปิดเข้าไปในเขตกึ่งปลอดเชื้อ (Semi-sterile) ปรากฏว่าเห็นหางงูเลื้อยไวๆ หนีเราเข้าไปข้างใน เล่นเอาถอยแทบไม่ทัน! จากนั้นก็เป็นมหกรรมตามจับงู ทั้งพยาบาลภารโรงหากันให้ควั่ก ดีว่าคนไข้ไม่แตกตื่น (หรืออาจจะอยากลุกหนี แต่ลุกไม่ไหว ใกล้คลอด -_-') สุดท้ายไปเจอมันหลบอยู่ในห้องเก็บของ เป็นงูตัวผอมๆ ยาวสักฟุตครึ่ง ตัวสีน้ำตาล เข้าใจว่าเป็นงูทางมะพร้าว

เรื่องนี้ลงเอยด้วยการที่ภารโรงใช้ไม้กวาด ค่อยๆ กวาดงูออกไปทางประตูหน้าห้องคลอด และทำให้ญาติๆ ที่มาปูเสื่อรอคลอดอยู่หน้าห้องตกใจลุกหนีเกือบไม่ทัน สุดท้ายเจ้างูตัวดีก็โดนกวาดลงไปในสวนข้างทางเชื่อมจนได้ หลังจากพยายามเลื้อยหนีอยู่หลายรอบ

ขำเล็กๆ ปนเครียดหน่อยๆ นี่สิการแพทย์แผนไทยแท้ :-P

Wednesday, September 23, 2009

ชีวิต Extern (นักศึกษาแพทย์ปี6) บุรีรัมย์ ตอนที่ 1


เรื่องนี้เป็นเรื่องตอนเป็น Extern หรือนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย (ปี6) ซึ่งจะต้องไปฝึกปฏิบัติงาน ณ รพ.ต่างจังหวัด ในตอนนั้นเรามีที่ให้เลือก 2 ที่ คือ โคราช (K) และ บุรีรัมย์ (B) โดยอาจจะเลือกไปเป็น KB (ไปโคราชก่อน ต่อด้วยบุรีรัมย์), BK (บุรีรัมย์ แล้วโคราช) หรือ KK (โคราชอย่างเดียว) อย่างใดอย่างหนึ่ง

<-- คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ตอนเป็น Extern ได้ประสบการณ์แปลกๆ สนุกๆ เยอะเหมือนกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้ออกไปอยู่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของชาวชนบทบ้านเรา ที่ติดเหล้ากันมากมาย ที่เป็นเอาหนักๆ ก็คือวันๆ เอาแต่กินเหล้าอย่างเดียว ข้าวก็ไม่กิน จนกระทั่งน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ก็จะหมดแรงล้มพับ ต้องมีคนพามาส่ง รพ. อยู่เสมอๆ เพื่อให้หมอฉีดน้ำตาลกลูโคส + Vitamin B และหลายๆ ครั้งที่คนไข้ก็มักเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่มาแล้วมาอีก จนหมอกับพยาบาลจำหน้าได้กันเกือบทุกคน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมเลิกเหล้า.. เฮ้อ..

มีคนไข้อีกจำนวนมากที่กินเหล้าจนตับแข็ง แล้วก็มีเส้นเลือดในหลอดอาหารโป่งพอง จน "รากเลือด" ทีละมากๆ ถ้าโชคดีก็พามาหาหมอทัน ถ้าโชคไม่ดีก็ตายจากกันไป แต่โชคดีหนึ่งครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายขาด เดี๋ยวก็จะอ้วกเป็นเลือด ถ่ายดำ (เลือดที่โดนน้ำย่อยผ่านลงไปกลายเป็นอุจจาระดำๆ) มากันอีกเรื่อยๆ เนื่องจากตับที่แข็งแล้ว ไม่มีทางทำให้กลับดีเหมือนเดิมได้ นอกจากการเปลี่ยนตับเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็ยังไม่เข็ด ขนาดอ้วกเป็นเลือดมา 5 รอบแล้วก็ยังยืนยันจะกินกันต่อไป...

ขออุทิศบทเพลงเพลงหนึ่งให้กับเหล่าคนขี้เหล้าทั้งหลาย .. ส่วนคนไม่ขี้เหล้าก็ขอให้กินเหล้าอย่างมีสติ หรือไม่กินได้จะดีที่สุดครับ!
เพลง "เมาสู้"
บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
รากเลือดมานานเพราะเหล้า
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
หน้าที่เรา (หมอ) รักษาสืบไป...

ลูก หลาน เหลน โหลน ภายหน้า
ก็จะเป็นพิษสุรา อาสัญ
จะสุขทุกข์ ลูกจะเสีย เมียเลิกกัน
ทุกคืนวันดื่มกันได้ ไม่กลัวตาย

ถึงขู่ว่า บังคับเลิก ก็ไม่หวั่น
จะกินกันไม่หลบหนีหาย
ดื่มตรงนี้ ดื่มที่นี่ ดื่มจนตาย
ถึง Child C Stage สุดท้ายก็ยังกิน   <-- Note : แปลว่า ตับแข็งระยะสุดท้าย

บ้านเมืองเรา OTOP เราค้า
ทั้งดองยา หมักไวน์ ปั่นเหล้า
กิตติศัพท์ ของเรา ช่างน่าเขลา
กินเหล้าเมาแล้ว ข้าวไม่กิน

Monday, September 21, 2009

การ์ตูนเก่า ชีวิตปี 5 : เวรวอร์ดเด็ก


การ์ตูนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เขียนคู่กับเรื่องที่แล้ว คือ "Chief Complaint" โดยตีพิมพ์ลงในหนังสือ "รอ..." เล่มเดียวกัน อยู่หน้าติดกัน

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ -->

เรื่องนี้เกิดตอนอยู่เวรวอร์ดเด็ก 1 สมัยนั้นยังมีบ้านเด็กอ่อนพญาไทอยู่ข้างๆ รามา เลยมีเด็กกำพร้ามานอนบ่อยๆ น้องจิ๊กก็เป็นหนึ่งในนั้น

จิ๊กเป็น Molluscum Contagiosum หรือหูดข้าวสุก ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Sero-positive) โดยมันจะขึ้นกระจายทั่วตัวยังกับอีสุกอีใสเลยล่ะ ดังนั้น นศพ.ก็จะมีหน้าที่เอา Trichloracetic acid ซึ่งเป็นน้ำยากัดหูด ไปจี้ที่หูดแต่ละเม็ดทุกๆ เวร

แน่นอน เวลาจี้หูดมันก็ต้องมีแสบบ้าง เด็กที่ไหนมันจะไปยอม เพราะต้องโดนทุกวัน พักหลังๆ จิ๊กก็จะไม่ยอมให้แต้ม จน นศพ.ต้องหาวิธีหลอกล่อสารพัด ทั้งขู่ "ถ้าไม่จี้จะไม่สวย ไปประกวดนางสาวไทยไม่ได้" ไปจนกระทั่งต้องงัดนิทานออกมาเล่ากันนั่นแหละ

Sunday, September 20, 2009

การ์ตูนเก่า ชีวิตปี 5 : Chief complaint

ลองเอาการ์ตูนเก่ามาลงดูก่อน เดี๋ยวมีเวลาเมื่อไหร่ค่อยเข้ามาตกแต่งจริงๆ จังๆ อีกที

<-- คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ครับ


เรื่องนี้เขียนตอนอยู่ปี 5 ตอนนั้นจะโดนสอนให้ซักประวัติละเอียดใน Problem ที่คนไข้ Complain .. ด้วยความที่ยังอ่อนประสบการณ์ ก็จะเดือดร้อนมากเวลาที่คนไข้มาด้วย Multiple Complaint เพราะจะต้องเสียเวลายาวยืดซักประวัติทั้งหมดตามแบบฉบับ นศพ.

ตีพิมพ์ลงในหนังสือรับน้อง "รอ..." โดย RA'39 มอบให้รุ่น RA'40
ตอนนั้นอาศัยอำนาจความเป็นประธาน ชพร. บังคับให้น้องตีพิมพ์ให้ ฮ่าๆ (ล้อเล่น) .. จริงๆ คือน้องให้เขียนอะไรเล็กน้อยถึง Freshy ในฐานะประธาน ชพร. .. ไอ้เราก็รู้ว่าสาส์นจากพี่ถึงน้องแบบนี้ คนมักจะขี้เกียจอ่านกัน ก็เลยคิดวิธี วาดการ์ตูนประกอบไปด้วย 2 เรื่อง ก็คือไอ้การ์ตูนที่เห็นทางซ้ายมือนี่แหละอันแรก ส่วนอันที่สองจะโพสต์ต่อไปนะครับ