New series: MuffinTheSeries

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Blog ของผม
"ตะขบ"
และเพื่อนผม "อ๊บ"

New series : "Muffin"
อยู่ในช่วงทดลองครับผม


Takob - by - Studio Ranong 1



Copyrights (C) Studio Ranong1

All rights reserved for all materials in this blog created by Studio Ranong 1 (Detajin J.)



Saturday, October 31, 2009

คนไข้หนัก - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 4


ตอนนี้การ์ตูนที่วาดไว้เกี่ยวกับเรื่องราวตอนที่อยู่บุรีรัมย์ก็ใกล้หมดสต็อคแล้ว เลยต้องเริ่มวาดใหม่เพิ่มเติม ดังนั้นช่วงนี้อาจจะ Post ช้าไปหน่อยเป็นบางช่วงครับ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

คลิกดูการ์ตูนก่อนแล้วค่อยอ่านต่อด้านล่างนะครับ ^_^



---
เป็นการเล่นมุข เล่นคำ "คนไข้หนัก" ของพวกเราชาว Extern น่ะครับ แต่เหตุการณ์จริงๆ ไม่ถึงกับตามเพื่อนไปดูที่ ER หรอก ขืนทำยังงั้นจริงโดนเพื่อนด่าขรมแน่

คนไข้มาที่ห้องฉุกเฉินเป็นผู้หญิงตัวใหญ่มาก หนักน่าจะเกิน 150 kg ถ้าจำไม่ผิดจะมีปัญหาเรื่องแผลติดเชื้อ ต้องนอน รพ. เพื่อทำแผล คนที่อยู่ ER ใช้วิธีโทรส่งเวรเข้าไปบอกเพื่อนที่รอรับ Case อยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรม

"เฮ้ย! เดี๋ยวจะส่ง Case เข้าไปนะ เป็นคนไข้หนัก"
"เป็นอะไรล่ะ" เพื่อนถาม
"เออ.. เดี๋ยวเข้าไปถึงก็รู้เองแหละ... แกต้องดูต่อดีๆ นะเว้ย Case หนักมาก"

พอ Case ไปถึง Ward สักพักแล้ว Extern ER ต้นเรื่องก็ตามเข้าไปเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนตัวเอง
"เป็นไง.. หนักจริงๆ เห็นไหม ตูบอกแล้ว"
"อืม.. จริงๆ !.. เห็นด้วย" เพื่อน Extern ตอบ "เราน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่พี่พยาบาลที่ต้องคอยพลิกตัวน่ะสิ ท่าจะแย่กว่า"

นอกจากพยาบาลที่เดือดร้อนแล้ว ช่างประจำ รพ. ก็เดือดร้อนไปด้วย เพราะไอ้ล้อที่ขาเตียงมันหักในวันถัดมาเนื่องจากรับน้ำหนักไม่ไหว.. เฮ้อ! ..หนักจริงๆ ป้าคนนี้

Thursday, October 22, 2009

มือใหม่หัดกู้ชีพ - ชีวิต Extern บุรีรัมย์ ตอนที่ 3


หลังจาก Morbid-Mortal conference ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วในตอนที่แล้ว ตอนนี้ก็ขอย้อนกลับมาตอนที่ยังเป็น Extern อีกครั้ง

การ์ตูนตอนนี้ ให้อารมณ์ตื่นเต้นไปทางหนัง Series เรื่อง ER หน่อย มีภาษาหมอปนอยู่บ้าง แต่ก็พยายามเปลี่ยนเป็นภาษาชาวบ้านที่ไม่ใช่หมอให้เข้าใจได้ไปแล้วบางส่วน

เรื่องปฏิบัติการกู้ชีพฉุกเฉิน หรือ Cardio-Pulmonary resuscitation (CPR) นั้น เป็นฉากที่พวกเรามักได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในหนัง การช็อคไฟฟ้า (เรียกว่า Defibrillation หรือ Elecrical Cardiovert แล้วแต่ Mode ที่ใช้) จัดเป็นหนึ่งในกระบวนการ Advanced CPR .. ภาพคนไข้หมดสติถูกเข็นเข้ามา หัวใจหยุดเต้นไม่มีชีพจร หมอหัวหน้าทีมคว้าแป้นเครื่องช็อคไฟฟ้าขึ้นมา ตะโกนออกมาดังๆ ว่า "Charge.. Clear!" แล้วก็แนบแป้นลงไปที่หน้าอกคนไข้ ตามมาด้วยการกระตุกของผู้ป่วยอย่างแรงยามที่ปุ่มปล่อยประจุไฟฟ้าถูกกด นับเป็นฉากที่ตื่นเต้นตรึงตราตรึงใจพวกเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรก่อนจะได้เป็นหมอ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ -->

ในชีวิตจริง การ CPR จัดเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างธรรมดาสามัญสำหรับแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์มาระดับหนึ่ง แต่ในระดับหมอมือใหม่อย่าง Extern การ CPR จัดเป็นกระบวนการที่ตื่นเต้นท้าทายอย่างมากทีเดียว การได้ใช้มือของตัวเองจับเครื่องช็อคไฟฟ้า (Defibrillator) เพื่อทำการช็อคคนไข้เป็นครั้งแรกในชีวิตมักเป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืมของ Extern เกือบทุกคน

เรื่องก็มีอยู่ว่า เครื่อง Defibrillator ใน รพ.แต่ละแห่ง หรือแม้แต่ รพ.เดียวกัน ในแต่ละวอร์ดก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้เนื่องจากมีการทยอยจัดซื้อเครื่องใหม่มาเพิ่มหรือทดแทนของเก่านานๆ ครั้ง บางทีก็รับบริจาคมาจาก รพ.อื่น ทำให้ในแต่ละ รพ. จะมี Defibrillator หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นพระเจ้าเหา ไปจนรุ่นใหม่ทันสมัยหน้าตาเหมือนในเรื่อง ER เปี๊ยบ

วันที่เกิดเรื่อง ผมก็กำลังราวด์อยู่ในวอร์ดตามปกติ พอมาถึงเตียงคุณป้าคนหนึ่งเป็นคนไข้ที่เกิดปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นพักๆ ตั้งแต่ก่อนออกจากห้องผ่าตัด เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางวอร์ดก็ได้นำเจ้าเครื่อง Defibrillator มาติด Standby ไว้พร้อมกับ Monitor คลื่นหัวใจ (EKG) ออกทางหน้าจอ เผื่อมีความผิดปกติจะได้ทำการช่วยได้ทันที

และทันใดนั้น EKG เจ้ากรรมก็เปลี่ยนจากคลื่นหัวใจปกติ กลายเป็น V.Tach หรือภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ พร้อมกับป้าบ่นว่ารู้สึกวูบๆ ก่อนจะนิ่งไป .. ไม่ใช่แค่ป้าคนเดียวที่วูบ แต่หัวใจผมเองก็วูบไปถึงตาตุ่มด้วย
"VT with unstable hemodynamic = ต้อง Cardiovert" ผมท่องประโยคที่เคยได้รับการสอนมานักต่อนักตั้งแต่เป็น นศพ.ปี 5
"ตาม Staff หน่อยครับ คนไข้เป็น VT" ผมตะโกนบอกพยาบาล มือรีบคว้าแป้นเครื่อง Defib เพื่อจะดึงออกมา
... !! ดึงไม่ออก ...!?
เวลาผ่านไปประมาณ 5 วินาที สายตาสอดส่ายไม่เจอปุ่มปลดล็อคพร้อมกับเหงื่อโง่ที่เริ่มผุด ก่อนจะใช้กำลังเข้าว่ากระชากแป้นออกมาจากเครื่องได้
... แล้วมันปรับกำลังไฟฟ้าตรงไหนหว่า ...???
ยังดีว่าในตอนนั้น EKG ของป้าก็กลับมาเป็นปกติได้ โดย Extern ที่กำลังเลิ่กลั่กไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเดียว (เรียกว่า Short-run VT) แล้วป้าก็เริ่มรู้สึกตัว

ระหว่างที่กำลังรอ Staff ซึ่งเป็นช่วงที่ EKG ยังเปลี่ยนไปๆ มาๆ เป็นพักๆ นั้น ผมก็ยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น พร้อมกับใช้เวลาไปอีกเกือบ 2 นาทีกว่าจะพบว่าไอ้ปุ่มปรับกำลังไฟฟ้ามันมาอยู่ที่มือจับของแป้น และรู้จนครบว่าปุ่มไหนใช้เลือกโหมด ใช้ชาร์จไฟ ฯลฯ

ยังดีที่คนไข้ไม่เป็นอะไร แต่ก็เป็นคติเตือนใจที่ผมจะสอนน้องๆ ทุกคนยามเป็น Extern ไว้ว่า เวลาเปลี่ยนวอร์ดไปประจำที่ไหน ให้ไปดูและลองฝึกใช้เครื่อง Defibrillator ของวอร์ดนั้นๆ ไว้เลยตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมางงเต็กแบบผมในครั้งนั้น ซึ่งคนไข้อาจจะไม่โชคดีทุกครั้งก็ได้ครับ

Tuesday, October 6, 2009

Morbidity-Mortality conference


ขอแทรก Series ชีวิต Extern ด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันก่อนนะครับ

<-- คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ที่หายไปพักนึงช่วงนี้ ก็เพราะต้องทำ Morbid-Mortal Conference ครับ อธิบายขยายความก็คือการนำกรณีผู้ป่วยที่เสียชีวิต หรือเกิดความพิการขึ้นจากการรักษาในโรงพยาบาล มาทำการทบทวน เพื่อหาจุดที่เป็นข้อบกพร่องในการรักษาหรือวินิจฉัย นำมาเรียนรู้เพื่อปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นในผู้ป่วยรายต่อๆ ไป

ตามปกติ แพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ปี 3 (Resident 3 Medicine) จะเป็นผู้ทำ Morbid-Mortal conference นี้ โดยจะต้องไปหา Case ที่เสียชีวิตหลายๆ Case มาให้อาจารย์เลือกเพื่อดูว่า Case ใดมีประเด็นที่จะเรียนรู้ได้ เมื่อเลือกมา 1 Case แล้ว ก็จะต้องไป Review ละเอียดทุกซอกมุม พร้อมทั้งหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องนั้นๆ และทำเป็น Presentation มานำเสนอในที่ประชุมของภาควิชา ซึ่งมีทั้งอาจารย์ แพทย์ผู้ช่วยอาจารย์ แพทย์ประจำบ้าน และนักศึกษาแพทย์เข้าร่วม

และด้วยความอาภัพอับโชค ผมเองก็มีอันต้องทำ Case มหากาพย์ที่นอน รพ.มานานกว่า 3 เดือนให้จบภายในเวลา 2 อาทิตย์ (ก่อนหน้านี้พยายามหา Case แล้วแต่หาไม่ได้ อาจารย์บอกให้รอไปก่อน... -_-') และวัน Present ก็คือ 16 ตค.52 นี่เองครับ

ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงต้องนั่ง Review กันหลังขดหลังแข็ง ... ตอนนี้ Review ไปได้ 48 วันแล้ว... เกิดอาการ เซ็ง.. เครียด.. (แต่ไม่ได้กินเหล้า..) ทนทำต่อไปไม่ได้ ขอวาดการ์ตูนมาระบายหน่อย (ยอมเสียเวลา)

เรื่องมันก็เป็นแบบนี้... ส่วนตัวผมตอนนี้ขอกลับไปทำ MM ต่อก่อนล่ะคร้าบบ.. เฮ่อ... (เมื่อไหร่จะเสร็จฟะเนี่ย ตู)